10 เรื่องร้าย… ของการมีเซ็กส์ก่อนวัยอันควร

เซ็กส์สนุกหฤหรรษ์แต่ก็ทุกข์เสมอเมื่อเวลาผ่านเลย โดยเฉพาะวัยที่ยังไม่เหมาะไม่ควร ผลดีของการมีเซ็กส์ก็มากหลาย นิตยสารบางเล่มเคยแยกแยะออกมาได้เกือบครึ่งร้อยประเด็น ซึ่งถ้ามองกลับกันก็ใช่จะดีตามนั้นเสมอ

พบกับเรื่องร้ายๆ 10 ข้อที่เกิดจากเซ็กส์ก่อนวัยอันควร เพื่อเป็นแนวทางคิดก่อนที่จะเผลอทำอะไรลงไปด้วยตัณหาราคะ โดยเฉพาะหญิงสาว แม้โลกจะยอมรับให้สิทธิเท่าเทียมชาย แต่ท่านมักจะเสียเปรียบเสมอ

1. ท้อง และแท้ง ยิ่งในวัยเรียนการได้รับปริญญาใจก่อนกำหนด 4 ปีการศึกษานั้น มันทำลายชีวิตมากพอตัวเชียวนะ มีน้อยคนที่จะทนอุ้มท้องไปนั่งร่วมชั้นเรียนกับเพื่อน และเชื่อเลยว่าคงไม่มีสถานศึกษาใดสนับสนุนด้วย เมื่อชีวิตของการเป็นแม่เริ่มต้นขึ้น ความพร้อมสำหรับทารกน้อยๆ ย่อมคลุกคลัก ปัญหาปากท้องและสังคมก็จะตามมาทีหลัง ส่วนใครที่ไม่เกรงต่อบาป ยืนยันว่าฉันจะทำแท้งนั่นก็เท่ากับว่าทำร้ายตัวเองไปเสียแล้ว แต่ถ้ามั่นใจว่า “ฉันไม่ท้องหรอกย่ะ ป้องกันดี” จากการวิจัยระบุว่าแม้จะมีการใช้ถุงยางอนามัย ก็ยังมีโอกาสพลาดได้สูงถึง 21% เนื่องจากคุณภาพของถุงยางเสื่อม หรือใช้ไม่ถูกต้องและการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดก็มีโอกาสพลาดได้สูงถึง 5%

2. ซึมเศร้า เพราะวัยรุ่นยังไม่ใช่วัยที่จะตั้งรากปักฐานกับใครผู้ใด ยังเป็นวัยแห่งการแสวง เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนคู่นอนจึงเกิดเสมอๆ การซึมเศร้าที่เกิดจากขาดความรักที่ยั่งยืนอาจเกาะกินหัวใจคนเราได้

3. ติดโรค อันนี้น่ากลัวนะครับอย่างที่บอกในข้อ 2 ว่าวัยรุ่นเป็นเพียงวัยแสวงหา น้อยคนนักที่จะพบรักแท้ยืนยาวเหมือนชีวิตคู่ผู้ใหญ่ การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ย่อมเกิดโรคตามมาแม้จะป้องกันก็ตาม

4. อาจทำให้เรียนซ้ำชั้นได้ เพราะมุ่งมั่นทำแต่คะแนนรักไม่สนใจการเรียน

5. เป็นขี้ปากชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกขี้อิจฉา โดนนินทาว่าเสียตัวแล้วบ้าง เปลี่ยนแฟนอีกแล้ว โดนแฟนทิ้งอีกแล้วบ้าง สำหรับผู้ชายก็อาจจะเป็นที่รังเกียจของสาวดีๆ โดยข้อหานักล่าผู้หญิง หรือนักล่าพรหมจรรย์ ฟังดูน่ากลัวนะครับ แต่เชื่อเลยว่าใครที่อ่านถึงข้อนี้ หัวเราะชัวร์

6. เกิดการหมิ่นเกียรติกันและกันระหว่างชายหญิง ต่างฝ่ายมองว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงตัวสนองความใคร่ ไม่มีรักแท้จีรัง ก่อนที่จะรู้จักกันอย่างแน่นแฟ้นเราอาจจะมองเขาในแง่อื่นไปเสียแล้ว

7. ถูกหลอกซ้ำซาก เพราะเคยปล่อยตัวและใจให้คนก่อนและความต้องการรักแท้ เพราะฉะนั้นคำว่ารักก็อาจจะกลายเป็นแค่ตะขอเบ็ดเกี่ยวเยื่อเท่านั้น

8. ใคร่มากกว่ารัก วัยรุ่นอาจจะต้องการมีเพศสัมพันธ์มากกว่ารัก และเข้าใจคำว่ารักผิดไป สุดท้ายส่งผลให้ไม่เข้าใจกันในที่สุด

9. ผิดหวังในรัก เมื่อคนดีที่เหมาะกับเราเข้ามาในชีวิต เมื่อเขารู้เรื่องราวในอดีตก็อาจจะหลีกหายไปได้ หรือเราเองอาจจะรู้สึกผิดกับอดีตไม่กล้าสู้หน้าเขาหรือเธอคนนั้น จนกลายเป็นคำว่า เธอดีเกินไป หรือเธอไม่คู่ควรกับฉัน เพราะเธอมันช่ำชอง ไม่น่าไว้วางใจ

10. สร้างความร้าวฉานในชีวิตคู่ เรื่องราวในอดีตไม่สามารถลบมันได้ แม้เราจะพยายามลืมไปเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อคู่ชีวิตล่วงรู้อดีตกาลของเราย่อมเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ชีวิตคู่จะมีความสุขได้อย่างไร แก้วเริ่มร้าวไม่นานก็แตก และไม่อาจประกอบได้ดั่งเดิม

หวังว่าโทษ 10 ข้อของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร พอจะช่วยแตกหน่อทางความคิดให้ยับยั้งชั่งใจได้บ้าง เพราะความสุขชั่วครู่เพียงไม่กี่นาทีอาจทำลายความสุขชั่วชีวิตลงได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก อสมท.

อาการปวดหลัง . . . หลังจากมีเซ็กส์

อาการปวดขณะร่วมเพศ เป็นสาเหตุที่สำคัญอันหนึ่งของการหย่าร้าง เมื่อเกิดขึ้นจะต้องได้รับการแก้ไข อย่าปล่อยปละละเลย เพราะสาเหตุของการเกิดอาการบาดเจ็บในขณะร่วมเพศ ค่อนข้างสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะมาจากความผิดปกติทางกาย หรือทางจิตใจก็เป็นได้ สาเหตุทางกายที่พบได้บ่อยเกิดจากการที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายใน เช่น ตัวมดลูกมีการยึดตรึงทำให้เมื่อมีการร่วมเพศ

อวัยวะสืบพันธุ์ภายในโดยเฉพาะตัวมดลูก ซึ่งจะถูกกระทบกระแทกให้มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น จะเกิดการเจ็บปวด เพราะเอ็นหรือผังพืดที่มัดโยงอยู่ถูกยึดจนมีการฉีกขาด สาเหตุที่พบบ่อยจากการที่เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ผิดที่ หรือเกิดจากมีการอักเสบเก่าอยู่ก่อนทำให้เกิดแผลเป็น และพังผืดยึดตรึง มีบ้างที่เกิดจากสาเหตุเพราะความผิดปกติของช่องคลอด และปากช่องคลอดผิดสัดส่วน ซึ่งความผิดปกติลักษณะต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว สามารถจะใช้ยาหรือการผ่าตัดแก้ไขได้ ดังนั้นจึงควรไปรับคำปรึกษาจากสูตินรีแพทยน์นะคะ

สำหรับสาเหตุทางจิตใจที่ก่อให้เกิดการเจ็บปวดในการร่วมเพศนั้น เกิดจากประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา และการเลี้ยงดูที่อาจจะไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องอาศัยจิตแพทย์ช่วยบำบัดรักษา

เอ้า! ใครที่มีอาการเหล่านี้ก็อย่าลืมไปพบสูตินรีแพทย์นะจ๊ะ |


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เตือน! ทำออรัลเซ็กส์เสี่ยงมะเร็งในรูคอ


นักวิทย์ฯ มหาวิทยาลัยดังจอห์นส ฮ๊อปกินส์เผยเสี่ยงสูงกว่ากินเหล้า หรือ สูบบุหรี่เสียอีก

สำนักข่าวบีบีซีออนไลน์ รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาพบว่า เชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ทางการทำออรัลเซ็กส์นั้น เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในลำคอบางชนิด  โดยเชื้อไวรัสต้นตอของปัญหาดังกล่าวนี้ คือ เชื้อเอชพีวี

ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในรูคอสูงกว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อันได้แก่ การสูบบุหรี่ หรือ การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ด้วยซ้ำไป

โดยผลการศึกษา ของทีมมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ ในวารสารด้านการแพทย์นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีนระบุว่าคนที่มีประวัติว่า ทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนมีความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในลำคอสูงกว่า คนที่ไม่มีประวัติถึง 9 เท่าตัว

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การวิจัยครั้งนี้ควรต้องมีการทำการศึกษาต่อเนื่อง ในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ได้ผลที่สามารถยืนยันผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้ได้

สำหรับการติดเชื้อเอชพีวีนั้นพบว่า เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งปากมดลูกและพบด้วยว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง ที่มีความตื่นตัวในการมีเพศสัมพันธ์ หรือ มีเพศสัมพันธ์บ่อย จะมีการติดเชื้อเอชพีวีนี้อยู่ระดับหนึ่งไม่น้อยก็มากครั้ง ในช่วงชีวิตของพวกเธอ

ส่วนในการวิจัยของ ทีมจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ นั้น นักวิจัยได้นำเอาตัวอย่างเลือด และน้ำลายของผู้ชายและผู้หญิงจำนวนรวม 100 คน ซึ่งเพิ่งถูกวินิจฉัยว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอใหม่ ๆ มาตรวจวิเคราะห์ ทั้งนี้มะเร็งลำคอนั้นเป็นโรคที่มีผลกระทบอย่างมากต่อลำคอ ทอนซิล และด้านหลังของลิ้น

นอกจากการตรวจเลือด และน้ำลาย แล้วนักวิจัยยังได้ถามคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ และปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอปัจจัยอื่นๆ ด้วยเป็นต้นวาประวัติการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอในครอบครัว ผลที่ได้พบว่า คนที่เคยมีการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีในช่องปากมาก่อนมีความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในลำคอ สูงกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติการติดเชื้อถึง 32 เท่าตัวทีเดียว

ทั้งนี้นักวิจัยได้ตรวจพบเชื้อเอชพีวี 16 ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาไวรัสสายพันธุ์ ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ในเนื้องอกที่ตรวจเจอถึง 72 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ทั้งหมดที่เป็นมะเร็งในลำของในการศึกษานี้ ในขณะที่ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอในผู้ป่วย ทั้งการสูบบุหรี่ และดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล ไม่ได้ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ เพิ่มมากขึ้นอย่างที่พบในคนไข้ ที่มีประวัติการติดเชื้อเอชพีวีในลำคอแต่อย่างใด นั่นแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสเอชพีวีนี้ เป็นสาเหตุในการทำให้คนติดเชื้อ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอที่สูงขึ้น การทำออรัลเซ็กส์นั้นคาดว่า น่าจะเป็นช่องทางหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเอชพีวี อย่างไรก็ดีนักวิจัยก็กล่าวด้วยว่าการติดเชื้อผ่านการสัมผัสแบบปากต่อปากเป็นต้นว่า การจูบกันก็ไม่อาจจะตัดทิ้งได้เสียทีเดียว

นักวิจัยกล่าวด้วยว่า อันที่จริงแล้ว กรณีส่วนใหญ่การติดเชื้อเอชพีวีจะสามารถหายไปได้เอง โดยมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย และมีเพียงจำนวนเปอร์เซ็นต์ไม่มาก ที่เมื่อได้รับเชื้อ และเป็นเชื้อชนิดที่มีความเสี่ยงสูง แล้วก็ก่อตัวกลายไปเป็นโรคมะเร็งภายหลัง

ดร.ไกไซแอมเบอร์ ดีโซซา ผู้เขียนผลการวิจัยของทีมมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ที่จะต้องทราบว่า คนที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างที่เคยเข้าใจกันมาแต่ก่อน ๆ ว่าเป็นต้นเหตุของมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล ก็สามารถเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำคอได้เช่นกัน”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)