<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>sex  sexy เซ็กส์ &#187; ออรัลเซ็กส์</title>
	<atom:link href="http://sex.kapook.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sex.kapook.com</link>
	<description>บทความ เกี่ยวกับ sex เรื่องน่ารู้ เพศศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Sep 2008 04:34:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เตือน! ทำออรัลเซ็กส์เสี่ยงมะเร็งในรูคอ</title>
		<link>http://sex.kapook.com/00009/</link>
		<comments>http://sex.kapook.com/00009/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2008 04:23:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[เซ็กส์]]></category>
		<category><![CDATA[ออรัลเซ็กส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sex.kapook.com/?p=38</guid>
		<description><![CDATA[

นักวิทย์ฯ มหาวิทยาลัยดังจอห์นส ฮ๊อปกินส์เผยเสี่ยงสูงกว่ากินเหล้า หรือ สูบบุหรี่เสียอีก
สำนักข่าวบีบีซีออนไลน์ รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาพบว่า เชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ทางการทำออรัลเซ็กส์นั้น เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในลำคอบางชนิด  โดยเชื้อไวรัสต้นตอของปัญหาดังกล่าวนี้ คือ เชื้อเอชพีวี
ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในรูคอสูงกว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อันได้แก่ การสูบบุหรี่ หรือ การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ด้วยซ้ำไป
โดยผลการศึกษา ของทีมมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ ในวารสารด้านการแพทย์นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีนระบุว่าคนที่มีประวัติว่า ทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนมีความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในลำคอสูงกว่า คนที่ไม่มีประวัติถึง 9 เท่าตัว
อย่างไรก็ดี ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การวิจัยครั้งนี้ควรต้องมีการทำการศึกษาต่อเนื่อง ในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ได้ผลที่สามารถยืนยันผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้ได้
สำหรับการติดเชื้อเอชพีวีนั้นพบว่า เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งปากมดลูกและพบด้วยว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง ที่มีความตื่นตัวในการมีเพศสัมพันธ์ หรือ มีเพศสัมพันธ์บ่อย จะมีการติดเชื้อเอชพีวีนี้อยู่ระดับหนึ่งไม่น้อยก็มากครั้ง ในช่วงชีวิตของพวกเธอ
ส่วนในการวิจัยของ ทีมจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ นั้น นักวิจัยได้นำเอาตัวอย่างเลือด และน้ำลายของผู้ชายและผู้หญิงจำนวนรวม 100 คน ซึ่งเพิ่งถูกวินิจฉัยว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">
<img class="aligncenter" src="http://hilight.kapook.com/imghilight4/1_78.jpg" alt="" width="200" height="200" /><br />
<strong>นักวิทย์ฯ มหาวิทยาลัยดังจอห์นส ฮ๊อปกินส์เผยเสี่ยงสูงกว่ากินเหล้า หรือ สูบบุหรี่เสียอีก</strong></p>
<p>สำนักข่าวบีบีซีออนไลน์ รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาพบว่า เชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ทางการทำออรัลเซ็กส์นั้น เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในลำคอบางชนิด  โดยเชื้อไวรัสต้นตอของปัญหาดังกล่าวนี้ คือ เชื้อเอชพีวี</p>
<p>ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในรูคอสูงกว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อันได้แก่ การสูบบุหรี่ หรือ การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ด้วยซ้ำไป</p>
<p>โดยผลการศึกษา ของทีมมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ ในวารสารด้านการแพทย์นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีนระบุว่าคนที่มีประวัติว่า ทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนมีความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในลำคอสูงกว่า คนที่ไม่มีประวัติถึง 9 เท่าตัว</p>
<p>อย่างไรก็ดี ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การวิจัยครั้งนี้ควรต้องมีการทำการศึกษาต่อเนื่อง ในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ได้ผลที่สามารถยืนยันผลการวิจัยที่ได้ในครั้งนี้ได้</p>
<p>สำหรับการติดเชื้อเอชพีวีนั้นพบว่า เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งปากมดลูกและพบด้วยว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง ที่มีความตื่นตัวในการมีเพศสัมพันธ์ หรือ มีเพศสัมพันธ์บ่อย จะมีการติดเชื้อเอชพีวีนี้อยู่ระดับหนึ่งไม่น้อยก็มากครั้ง ในช่วงชีวิตของพวกเธอ</p>
<p>ส่วนในการวิจัยของ ทีมจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ นั้น นักวิจัยได้นำเอาตัวอย่างเลือด และน้ำลายของผู้ชายและผู้หญิงจำนวนรวม 100 คน ซึ่งเพิ่งถูกวินิจฉัยว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอใหม่ ๆ มาตรวจวิเคราะห์ ทั้งนี้มะเร็งลำคอนั้นเป็นโรคที่มีผลกระทบอย่างมากต่อลำคอ ทอนซิล และด้านหลังของลิ้น</p>
<p>นอกจากการตรวจเลือด และน้ำลาย แล้วนักวิจัยยังได้ถามคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ และปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอปัจจัยอื่นๆ ด้วยเป็นต้นวาประวัติการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอในครอบครัว ผลที่ได้พบว่า คนที่เคยมีการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีในช่องปากมาก่อนมีความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งในลำคอ สูงกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติการติดเชื้อถึง 32 เท่าตัวทีเดียว</p>
<p>ทั้งนี้นักวิจัยได้ตรวจพบเชื้อเอชพีวี 16 ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาไวรัสสายพันธุ์ ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ในเนื้องอกที่ตรวจเจอถึง 72 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ทั้งหมดที่เป็นมะเร็งในลำของในการศึกษานี้ ในขณะที่ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอในผู้ป่วย ทั้งการสูบบุหรี่ และดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล ไม่ได้ทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ เพิ่มมากขึ้นอย่างที่พบในคนไข้ ที่มีประวัติการติดเชื้อเอชพีวีในลำคอแต่อย่างใด นั่นแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสเอชพีวีนี้ เป็นสาเหตุในการทำให้คนติดเชื้อ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำคอที่สูงขึ้น การทำออรัลเซ็กส์นั้นคาดว่า น่าจะเป็นช่องทางหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อเอชพีวี อย่างไรก็ดีนักวิจัยก็กล่าวด้วยว่าการติดเชื้อผ่านการสัมผัสแบบปากต่อปากเป็นต้นว่า การจูบกันก็ไม่อาจจะตัดทิ้งได้เสียทีเดียว</p>
<p>นักวิจัยกล่าวด้วยว่า อันที่จริงแล้ว กรณีส่วนใหญ่การติดเชื้อเอชพีวีจะสามารถหายไปได้เอง โดยมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย และมีเพียงจำนวนเปอร์เซ็นต์ไม่มาก ที่เมื่อได้รับเชื้อ และเป็นเชื้อชนิดที่มีความเสี่ยงสูง แล้วก็ก่อตัวกลายไปเป็นโรคมะเร็งภายหลัง</p>
<p>ดร.ไกไซแอมเบอร์ ดีโซซา ผู้เขียนผลการวิจัยของทีมมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮ๊อปกินส์ กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ที่จะต้องทราบว่า คนที่ไม่มีความเสี่ยงอย่างที่เคยเข้าใจกันมาแต่ก่อน ๆ ว่าเป็นต้นเหตุของมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล ก็สามารถเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำคอได้เช่นกัน”</p>
<p><a href="http://www.thaihealth.or.th/" target="_blank">ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)<br />
</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sex.kapook.com/00009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
